เป็นคำที่ใช้เรียกหนังสือหรือเอกสารที่มีการรวบรวมเน ื้อหาเกี่ยวกับกลยุทธ ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีการรบต่างๆ อาทิ การรุก การตั้งรับ การแปรขบวนทัพ การใช้อุบายทำลายข้าศึก เป็นต้น หนังสือจำพวกนี้ในบางแห่งมักจะมีการใส่เนื้อหาที่เป็ นความเชื่อทางด้านโหราศาสตร์เข้ามาประกอบ เช่น การดูฤกษ์ยามในการเคลื่อนทัพ การทำพิธีข่มขวัญข้าศึกและบำรุงขวัญฝ่ายตน ฯลฯ รูปแบบเนื้อหานั้นอาจอยู่ในลักษณะของร้อยแก้วหรือร้อ ยกรองก็ได้
ประเทศไทยมีตำราพิชัยสงครามใช้มาตั้งแต่ในสมัยโบราณเ ช่นกัน ซึ่งนอกจากมีเนื้อหาเกี่ยวกับยุทธวิธีการรบด้วย ยังมีความเชื่อทางด้านฤกษ์ยามและโหราศาสตร์รวมอยู่ด้ วย เช่น สมุดตำราพิชัยสงครามในสมัยอยุธยา
ในประเทศไทย ตำราพิชัยสงครามฉบับต่างๆ ที่มีการค้นพบมักเขียนเนื้อหาไว้ในรูปแบบร้อยกรอง เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการจดจำใจความสำคัญของแต่ละกล ยุทธ เช่น กลศึกอย่างหนึ่งชื่อว่า กลพังภูผา ซึ่งมีหลักการสำคัญว่า ให้ล่อข้าศึกด้วยกำลังที่น้อยกว่าของฝ่ายเราเข้ามาใน ที่คับขันแล้วจึงโจมตีให้แตกพ่าย ได้บรรยายความด้วยฉันทลักษณ์ประเภทร่ายไว้ดังนี้
"กลนี้ชื่อ พังภูผา แม้ศึกมาปะทะ อย่าเพ่อระเริงแรง สำแดงดุจเหนน้อย ชักคล้อยแฝงป่าเข้า ศึกเหนเราดูถูก ผูกช้างม้าออกไล่ ยอพลใหญ่กระทบ ผิรบเข้าบอไหว ให้ช้างม้าโรมรุม กลุ้มกันหักอย่าคลา อย่าช้าเร่งรุมตี ศึกแล่นหนีตามต่อย ให้ยับย่อยพรายพรัด ตัดเอาหัวโห่เล่น เต้นเริงรำสำแดงหาร ให้ศึกคร้านคร้ามกลัว ระรั้วระเสิดสัง กลศึกอันนี้ ชื่อว่า พังภูผาฯ"
ตำราพิชัยสงครามที่นับว่ามีชื่อเสียงมาในระดับโลก คือ ตำราพิชัยสงครามของซุนวู ซึ่งแต่งขึ้นเมื่อประมาณ 600 ปีก่อนคริสตกาล อันอยู่ในช่วงยุครณรัฐของจีน ทั้งนี้ หนังสือพงศาวดารจีนบางเรื่องที่มีการกล่าวถึงการรบแล ะการใช้อุบาย เช่น สามก๊ก ไซ่ฮั่น ก็อาจนับว่าเป็นตำราพิชัยสงครามได้เช่นกัน
วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น